วันเสาร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ประกาศเทวดาเขาตก "คำจาฤกฐานเทวรูปเขาตก"

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชดำเนินมาประพาสถึงที่นี้ เสด็จประทับทอดพระเนตรศาลเทพารักษ์นี้แล้ว จึงมีพระบรมราชโองการ ให้อัญเชิญเทพยดาอำนวยก้อนศิลาก้อนหนึ่งในเขานี้ ลงไปกรุงเทพมหานคร แล้วมีพระบรมราชโองการดำรัสให้ช่างสร้างขึ้นเป็นรูปเทวดาอย่างเทวรูปโบราณ เมื่อสำรวจแล้วได้ทรงเฉลิมด้วยจุณจันทร์สุคันธชาติและพระราชทานเทพยบูชา สักการะ แล้วทรงอธิษฐานอัญเชิญเทพยดาซึ่งสถิตในที่เขาตก อันเปํนที่นับถือแห่งคนเป็นอันมากจงสิงสู่อยู่ในเทวรูปนี้ แล้วให้เป็นที่คุ้มเกรงรักษาป้องภยันตรายให้ผลเป็นความสุขสบายแก่ผู้ซื่อตรงคงต่อปฏิญญาในน้ำพระพิพัฒสัตยาให้ลงโทษเทพยทัณฑ์แก่ผู้ไม่ซื่อตรงคงต่อน้ำพระพิพัฒสัตยาซึ่งบรรดาคนเป็นอันมา ได้รับพระราชทานแต่พระเจ้าแผ่นดิน
จาฤกแผ่นกระดานป้ายที่ศาลเจ้าเขาตก
กาษรีสุนทรสร้าง     สมญา
ขานนักษัตรจัตวา     ศกตั้ง
ศักราชพันทวิสตา     เสศสี่  ปีแฮ
สิ้นทรัพย์ห้าชั่งทั้ง     รูปไท้  ปฏิมา
รูปไท้นเรศท้าว    ทาทอง
พระราชโมลีจำลอง     จำหลักอ้าง
เฉกโฉมอิศรผบอง     เผยอยาตร  มาแฮ
กุมขรรคาวุธมล้าง     เหล่าปล้นสาศนา
อาราธนาอารักษท้าว    เชิญเนา
ในตำหนักพนัศเขา     ตกนี้
จงยศพ่อพันหา    หาเปรียบ  ได้ฤา
ฝากกิจการตูก่อนกี้    กอบไว้อย่าสูญ
ดักด่านดูมนุษย์ขึ้น    ลงพลี
ใครคำนับคำนัลมี     ศุกแท้
ใครอาจอาจผลาญชี     พิตรนาศ
ยศท่านศักดิศิทธิ์แล้     เลิศได้เทพา
ขอยศนเรศไท้     ถาวร
จวบสุริยจันทรจร     จากดิ้น
ไตรยภพเปื่อยเปนบอน     สูญโลกย์
ยศพระยศข้าสิ้น    สุดพร้อมมรรคผล
ข้าสร้างกุศลค้ำ    สาศนา
เชิญเทพยศักดามา     ช่วยบ้าง
แล้วเราอย่าโรคา    พรรคพวก  ข้าแฮ
บุญแบ่งเชิญเชียอ้าง     แผ่ท้าวทุกสถาน
ขอชื่อข้าชั่วฟ้า    ฝนฉาว
ขอยศชั่วดาว     ดับไหม้
สมบัติจวบพรหมหาว     เหิรสั่ง
ขอศุขจนจวบได้     ฉัตรแก้วสรรพพัญญ

คำประกาศ
* ข้าพระพุทธเจ้า ก้มเกล้าอัญชลี ศรีรัตนประณมน้อม พร้อมด้วยเบญจางคประดิษฐ์ กายวจีจิตคำนับ รับพระบรมราชโองการ ขอกล่าวสารโฉลกแถลง แสดงใบที่สันนิบาต ประกาศท่ามกลางสงฆ์ แด่เทพยาดำรงค์ทุกแห่ง ทั่วตำแหน่งราชพิมาน แลเทวสถานทุกตำบล จงมีกมลสมโมท บัดนี้โปรดให้ประกาศ เชิญมาสันนิบาตฟัง ยังพระราชพิธีสถาน มานหูทิพย์ตาทิพย์ เห็นเหตุลิบด้วยลับ จงสดับคำประกาศ ว่าพระบาทบรมนารถเป็นเจ้า พระจอมเกล้าเกิดเกษ เสด็จเถลิงนิเวศน์ถวัลยราช สมเด็จบรมนารถนฤบดี มีพระราชโองการ มารพระบัณฑูรสุรสิงหนาท ดำรัสให้พระยาเพชรรัตน์ขึ้นไปถึงเนินไศลเขาตก ยกไว้แต่โบราณ เป็นสถานเทพยไท้ ได้บวงสรวงขอก้อนศิลา แล้วนำมาถวายได้ ให้สำเร็จพระราชประสงค์ แล้วทรงดำรัสใช้ ให้ช่างชาญจำหลัก เทวรูปสัญลักษณ์สมสถาน แล้วตั้งกาลสมโภช นฤโฆษดุริยดนตรี มโหรีปี่พาทย์ สุคนธชาติทรงเจิม เฉลิมแล้วทรงอธิษฐาน ตามการพระราชประสงค์ ตรัสให้แห่องค์เทวรูป ไปส่งถึงในที่เคยเนา แหล่งขุนเขาเทวสถาน กาลนี้ได้อาราธนา พระราชาคณะสงฆ์ ผู้ทรงศีลคุณทั้งหลาย มาถวายพระพุทธมนต์ เป็นไชยมงคงศรีสวัสดิ์ พิพัฒนสถาพร เชิญเทพยมเหศรศักดิ์สิทธิ์ ที่สถิตย์ในบรรพต ย่อมปรากฏสืบมา แต่ศรีอยุธยาโบราณ ครั้งกาลสมเด็จนรินทร์ พระเจ้าแผ่นดินทรงธรรม อันได้ปฏิสังขรณ์ บวรพุทธบาท เป็นเฉลิมพระนครสืบมา ขอเทพยดาองค์นั้น เชิญชั้นเข้าสิงสู่ อยู่ในเทวรูปศิลา เป็นที่บูชาสืบไป ในกาลกายภาคหน้า ให้เป็นสง่าประชุมชน เดินหนมานมัสการ เจดียฐานพุทธบาท บัดนี้รับพระราชทาน เครี่องสักการพลีกรรม์ อันพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า เจ้าพิภพราชทาน ให้ได้เสพย์ศุขสำราญ ยิ่งกว่ากาลมาก่อน จงเทพยรักษาในระบาท บรมนารถนฤเบนทร์ สมเด็จพระปรเมนทรมหามงกุฎ สุทธสมมติเทพยพงษ์ วงษาดิศวรกษัตริย์ วรขัติยราชนิกโรดมจตุรันตบรมมหาจักรพรรดิราชสังกาศ บรมธรรมิกมหาราชาธิราช บรมนารถบพิตร พระจอมเกล้าเจ้าจอมสยามให้มีความเจริญใหญ่ยิ่ง เป็นมิ่งมหามงคล สืบพระชนม์เรืองพระยศ ปรากฏเป็นศุภผล สกลศัตรูไกษย แลในพระบาทสมเด็จบวรนารถ พระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว เกษมศุขทั่วถ้วนไป ในพระราชวงษานุวงษ์ สุริยพงษ์เจ้าหล้า ข้าทูลละอองธุลีพระบาท แลราชปริพารทั้งปวง กระทรวงฝ่ายหน้าฝ่ายใน ที่มีใจสวามิภักดิ์ รักษาสัตยานุสัตย์ ต่อน้ำพระพิพัฒน์สัตยา เทพยดาจงอภิบาล รับสักการบวงสรวง ไภยทั้งปวงช่วยป้อง อย่าให้ต้องอันตราย มลายทุกข์ขุกเข็ญไข้ ให้ทำโทษผู้ทรยศ คิดคดต่อน้ำพระพิพัฒน์ จนถึงพิบัติอันตราย มลายผลาญสังหารชีวิต ด้วยเทวฤทธิ์เทพยทัณฑ์ อันพิฤกให้จงได้ แลขอให้พระเกียรติยศ จงปรากฏทั่วไปในทิศานุทิศ ขอเทวฤทธิ์วัสโสทกธารอุดม ทั่วนิคมอาณาเขต เกษมเกษตรไพศาล ธัญญาหารบริบูรณ์ มูลมั่งคั่งนิคม สรรพอุดมทั่วประเทศ เทพยชูพระเดชเจ้าหล้า คงพระยศอยู่ชั่วฟ้า อย่าให้เสื่อมเทอญฯ

วันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ประวัติเจ้าพ่อเขาตกเก่าหรือน่ำทีมึ้งเหล่าแป๊ะกง

สำหรับศาลเจ้าพ่อเขาตกเดิมนั้น ตั้งอยู่ที่เขาตกห่างจากศาลหลังใหม่นี้ประมาณ 3 กิโลเมตรไปตามเส้นทางถนนสายพระพุทธบาท-ท่าเรือ สันนิษฐานว่าตั้งขึ้นมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา มีการบันทึกเรื่องราวศาลเจ้าพ่อเขาตกแห่งนี้ไว้ในพระราชพงศาวดารกรุงเก่า ต่อมาเมื่อพระเจ้าทรงธรรมโปรดเกล้าฯ รับคำสั่งให้ค้นหารอยพระพทธบาท ครั้นทรงพบแล้วจึงโปรดให้ช่างฝรั่งชาติฮอลันดาส่องกล้องตัดถนนทำทางเดิน (ถนนพระเจ้าทรงธรรม) จากอำเถอท่าเรือไปถึงภูเขาสัจจพันธคีรี อันเป็นสถานที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาท ถนนได้ตัดผ่านทางศาลเจ้าพ่อเขาตกอันเป็นสถานที่ตั้งศาลเจ้าพ่อเขาตกหลังเก่า

เจ้าพ่อเขาตก ที่เรียกว่าเจ้าพ่อเขาตกนี้ คือ เทวรูปสถิตย์อยู่ในศาลเจ้า ตัวศาลตั้งอยู่เชิงเขา เรียกกันว่า เขาตก (คือ เทือกเขามาสุดลงที่ตรงนั้น) อยู่ห่างจากมณฑปพระพุทธบาทไปประมาณ 3 กิโลเมตร

 ศาลเจ้าพ่อเขาตก ตั้งอยู่ ณ เชิงเขาหรือริมภูเขาตก ริมถนนฝรั่งส่องกล้อง ใกล้ถนนสายพระพุทธบาท บ้านหมอ ปัจจุบันอยู่ท้องที่ตำบลพุกร่าง อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี ซึง ถนนฝรั่งส่องกล้อง เป็นถนนที่พระเจ้าทรงธรรมทรงรับสั่งให้ชาวฝรั่งสัญชาติฮอลันดาส่งกล้องตัดป่าเป็นถนนเริ่มจาอำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยามายังอำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี เมื่อครั้งพบรอยพระพุทธบาท ได้ใช้เป็นถนนพระราชดำเนินเสด็จมานมัสการ รอยพระพุทธบาท ระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร และศาลเจ้าพ่อเขาตกก็สร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ของเดิมทำด้วยไม้ มีช่อฟ้าใบระกาแต่สมัยนั้นเป็นป่าพงดงดิบ เกิดไฟไหม้ศาลอยู่เสมอๆ ด้วยเหตุนี้เองพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ โปรดเกล้าให้สมเด็จเจ้าพระยาพิชัยญาติ เป็นแม่กองขึ้นมาบูรณะซ่อมแซมตัวศาลและที่ประดิษฐานขององค์เจ้าพ่อเขาตก ทังได้โปรดเกล้าให้พระยาเพชรัตน์สงคราม นำศิลา (หิน) จากภูเขาตกหรือเขาตกนี้ไปให้ช่างฝีมือดีแกะสลักเป็นรูป "เทวรูปเทพารักษ์" : ในท่านั่งชันเข่า สูงประมาณ 80 เซนติเมตร เพื่อมาแทนเทพารักษ์องค์เดิมที่ถูกไฟไหม้ เมื่อแกะสลักเรียบร้อยแล้ว ได้มีการสมโภชอึกทึกครึกโครม แล้วแห่ลงเรือที่ท่าเรือท่าพระมาขึ้นท่าเรือ อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นำมาประดิษฐาน ณ ศาลเจ้าพ่อเขาตก เมื่อปี พ.ศ. 2404 และต่อมารัชกาลที่ 5 เทวรูปเทพารักษ์ถูกไฟป่าไหม้อีกครั้ง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าให้พระพุทธาจารย์ (มา) วัดจักรวรรดิราขาวาสเมื่อครั้งเป็นพระมงคลทิพมุนี ผู้รักษาการพระพุทธบาทดำเนินการสร้างขึ้นมาใหม่ และสร้างใหม่อีกองค์หนึ่งเป็นเทวรูปทรงเครื่อง สูงประมาณ 1 เมตร เทวรูปองค์นี้ตั้งอยู่หน้าเทวรูปเทพารักษ์ (เจ้าพ่อเขาตก) ชาวบ้านเรียกว่า "เจ้าตาก" ทุกครั้งที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จมานมัสการรอยพระพุทธบาทเสด็จผ่านมาถึงศาลเจ้าพ่อเขาตก จะทรงหยุดรถพระที่นั่งเสด็จลงมาประทับศาล ทรงจุดธูป เทียน ทอง พรอ้ม เครื่องสังเวย แด่องค์เทพารักษ์ทุกครั้ง บางครังประทับอยู่ ณ ที่นันเป็นชั่วโมงก็เคย พร้อมทั้งมีเจ้าพนักงานมาประโคมด้วยเครื่องแตรสังพิณพาทด้วย

ศาลเจ้าพ่อเขาตก ซ่อมแซมครั้งสุดท้ายเมื่อปี พ.ศ. 2492 เมื่อปี พ.ศ. 2350 "สุนทรภู่" กวีเอกแห่งสยามประเทศ (ประเทศไทย) เมื่อครั้งตามเสด็จพระองค์เจ้าปฐมวงศ์ พระโอรสองค์น้อยของกรมพระวังหลังมานมัสการรอยพระพุทธบาทมาตามเส้นทางสายฝรั่งส่องกล้อง ต้องผ่านหน้าศาลเจ้าพ่อเขาตก สุนทรภู่ยังเขียนถึงเจ้าพ่อเขาตกไว้ใน "นิราศพระบาท" ดังนี้

"พี่แวะเข้าเขาตกคอยนำเสด็จ 
ดูเทเวศร์รักษ์รังสรรค์
เอาเทียนจุดบูชาแก่เทวัญ 
ให้ป้องกันอันตรายในราวไพร"
ดังนั้นใครก็ตามแต่เมื่อผ่านมาถึงศาลเจ้าพ่อเขาตก จะต้องเข้ากราบไหว้ขอพรให้เทพารักษ์เจ้าพ่อเขาตก ช่วยปกปักรักษาป้องกันภยันอันตรายใดๆ ดั่งบทกลอนที่สุนทรภู่ เขียนไว้ เจ้าพ่อเขาตกจึงเปรียบเสมือนองค์เทพผู้ศักดิ์สิทธิ์ มีอิทธิฤทธิ์ฤทธานุภาพ เพียบพร้อมด้วยเทวธรรม บุญญาธิการมาประทับอยู่ คอยปกป้องคุ้มครองผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ และปกป้องคุ้มครอง "รอยพระพุทธบาท" อันเป็นมหาเจดีย์ที่พุทธศาสนิกชนเคารพกราบไหว้บูชาเหนือสิ่งใดๆ หรือถ้าจะเปรียบว่าเจ้าพ่อเขาตกเป็น "นายทวารประตูสู่สวรค์" ก็เห็นจะได้ เพราะใครก็แล้วแต่จะเดินทางเข้าไปนมัสการรอยพระพุทธบาทจะต้องผ่านศาลเจ้าพ่อเขาตกเสียก่อนจึงจะไปถึงรอยพระพุทธบาท เมื่อถึงศาลเจ้าพ่อเขาตกก็ต้องแวะเวียนเข้าสักการะตามความเชื่อถือทั้งชาวจีนและชาวไทย

เนื่องจากเจ้าพ่อเขาตกเป็นองค์เทวรูปที่ศักดิ์สิทธิ ประดิษฐานอยู่ในศาลเจ้าแห่งนี้ เป็นที่เคารพสักการะของสาธุชนโดยทั่วไป ผู้ที่มานมัสการรอยพระพุทธบาทแล้วก็จะหาโอกาสมาสักการะบูชาขอความคุ้มครองปกป้องผองภัยอันตรายในการเดินทาง ตลอดถึงขอพรอันศักดิ์สิทธิ์ให้สัมฤทธิผลในกิจการงานน้อยใหญ่ให้เจริญรุ่งเรือง มีความอยู่เย็นเป็นสุขไร้โครคาพยาธิทุกข์ทั้งปวง ปู้ที่มีศรัทธาเชื่อมั่นได้ประสบผลสำเร็จในกิจการงานต่างๆ เป็นจำนวนมา อีกทั้งคณะกรรมการในองค์เจ้าพ่อเขาตกได้จัดตั้งมูลนิธิฯ ช่วยเหลือผู้ยากไร้ ประสบภัยอันตรายต่างๆ ได้ดำเนินงานด้านสาธารณกุศล ส่งเสริมพระพุทธศาสนา วัฒนธรรมประเพณีทั้งปวง เพื่อความสมบูรณ์พูสนสุขของพี่น้องประชาชนทุกหมู่เหล่าทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ดังนั้น จึงความตั้งใจปรารถนาให้พี่น้องสาธุชนหรือเยาวชนบุตรหลานได้ศึกษาหาความรู้และความเป็นมาขององค์เจ้าพ่อเขาตกและศาลอันเป็นที่ประทับประดิษฐานองค์พ่อท่านปัจจุบันพร้อมด้วยขนบธรรมเนียมประเพณีต่างๆ ซึ่งคณะกรรมการบริหารทุกยุคสมัย ได้สละแรงกายแรงใจปฏิบัติการสานต่อ ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ชุมชนเป็นอันมาก ดังปรากฏให้เห็นเป็นสักขีพยานในปัจจุบัน จึงมุ่งมั่นปรารถนาที่จะบันทึกจารึกไว้เป็นอนุสรณ์เนื่องในงานพิธีเปิดศาลหลังใหม่ (ศาลพระกิวอ๋อง) อันเป็นผลงานพัฒนาการของคณะกรรมการบริหารมูลนิธิเจ้าพ่อเขาตกพระพุทธบาทร่วมกันมาทุกๆ สมัย ด้วยตั้งใจว่าหนังสือเล่มนี้จักเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องและสาธุชนรุ่นต่อไป โดยได้รับความร่วมมือจากผู้รู้หลายท่านทำการค้นคว้ารวบรวมและเรียบเรียง คือ คุณวิลาส สุขเกษม, คุณสมจิตร คชฤทธิ์ และคุณบุญเลิศ เสนานนท์ เป็นบรรณาธิการจัดรูปเล่มให้ หวังว่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย ในการศึกษาหาประวัติความเป็นมาขององค์เจ้าพ่อเขาตกและประเพณีอันมีมาแต่อดีตกาลอันเป็ฯข้อปฏิบัติ ของคณะกรรมการมูลนิธิเจ้าพ่อเขาตก และหากจะมีข้อบกพร่องประการใดคณะผู้จัดทำยินดีรับฝังคำชี้แนะจากท่านผู้รู้ทุกเมื่อ

ปัจจุบันนี้มีถนนรถยนต์วิ่งไปถึงศาลเจ้าพ่อเขาตกได้สะดวก ภูมิประเทศในบริเวณนี้ แต่ดิมเป็นป่าเขา มีต้นไม้ใหญ่ๆ ขึนครึ้ม จะหาบ้านช่องผู้คนอาศัยอยู่ไม่ได้สักหลังเดียว ผู้ที่เดินทางผ่านไปจะรู้สึกเงียบวิเวกวังเวงใจเป็นอย่างยิ่ง ในสมัยโบราณการเดินทางไปนมัสการพระพุทธบาทจะต้องผ่านไปทางเขาตกนี้ ผู้ที่ผ่านไปจึงมักจะหยุดพักใต้ร่มไม้ในบริเวณศาลและนมัสการเทพารักษ์ที่ศาล เพื่อขอพรให้เดินทางไปถึงที่หมายได้โดยปลอดภัย แต่ในปัจจุบันป่าดงพงพีอย่างแต่ก่อนไม่ปรากฏให้เห็นอีกแล้ว ต้นไม้ใหญ่ๆ ได้ถูกโค่นลงจนเกลี้ยง ที่ดินซึ่งว่างเปล่าก็ถูกบุกเบิกทำไร่ทำนากันจนหมดสิ้น มีถนนตัดผ่านไปจึนถึงบ้านหมอ และหนองโดน ฉะนั้น ผู้ที่เดินทางไปนมัสการพระพุทธบาทในปัจจุบันนี้ได้รับความสะดวกสะบายกว่าแต่ก่อนเป็นอย่า่งมาก

วันพุธที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ดี เพื่อ ดี (ถ้าทำดี เพื่อดี นั้นดีแน่)

ถ้าทำดี เพื่อดี นั้นดีแน่ 
(Good for the good of it)
Doing good for the good of it is truly good.
จากสมุดบันทึกพิเศษ พุทธทาสธรรมคำกลอน Monthly Notebook 
ดี เพื่อ ดี.
ถ้าทำดี เพื่อดี นั้นดีแน่
ทำดี, แต่ ทำเพื่อ"กู" ดูเฉงโฉง
กลายเป็นเรื่อง ฉ้อฉล ของคนโกง-
ทำลายตน สุดโต่ง : ดูให้ดี

ทำเช่นนั้น มันยิ่ง เห็นแก่ตัว
ได้เปรียบฝ่าย ความชั่ว คือฝ่ายผี
ข้างฝ่ายถูก เสียเปรียบ ลงทุกที
ไม่กี่ปี ลืมตัว ไม่กลัวเลว.

จงทำดี เพื่อดี สุดดีเถิด
เกียรติจะเกิด หรือไม่เกิด ก็ไม่เหลว
มันยิ่งดี โดยนิสัย ได้โดยเร็ว
พ้นจากเหว แห่งบาป ลาภมาเองฯ

1. เพราะมีผู้ขาดแคลนเราจึงมีโอกาสได้บุญ
2. ความทุกข์มีอยู่ที่ไหน ความดับทุกข์ก็ต้องอยู่ที่นั่น เพราะถ้าไปอยู่เสียที่อื่นแล้ว จะดับความทุกข์ได้อย่างไร
3. หยุดอยากแล้วต่างหากจึงจะไม่รบกวน
4. เราเกิดมาเพื่อทำให้เพื่อนมนุษย์ทุกคนรวมทั้งเราด้วยอยู่กันเป็นผาสุก ไม่ใช่เกิดมาเพื่ออยู่เป็นสุข เฉพาะเราคนเดียว
5. ความสุขที่แท้จริงนั้นให้เปล่า ไม่ต้องซื้อด้วยสตางค์
6. หยุดหัวเสีย แล้วก็อิ่ม อิ่มแล้ว ก็ทำงาน เพื่อคนอื่น
7. พอใจจนไหว้ตัเองได้ คือสวรรค์แท้จริงที่นี่เดี๋ยวนี้
8. อนาคตคือคามฝัน ปัจจุบันคือภาพมายา อดีตคือปัญหาที่สะสมไว้ พระอรหันต์จึงอยู่เหนือความหมายของเวลา
9. ล้มเองลุกเอง ล้มตรงไหน ลุกตรงนั้น นั่นแหละคนเข้มแข็ง
10. ความขอบคุณ หรือขอบใจ ถ้าจะให้แก่ใครๆ จงให้ ให้มาก ๆ ด้วยใจจริง
11. ทรัพย์สมบัติเป็นเครื่องให้เกิดความยินดี แต่ถ้าจัดการไม่ดีมันก็กลายเป็นเครื่องให้คามยินร้ายโดยแน่นอน
12. จิตที่คิดจะให้นั้น สบายกว่าจิตที่่คิดจะเอา

ทำดี ดีกว่า ขอพร
ทำดี ดีกว่า ขอพร 
ซึ่งขอ ดี,ตอน
ไม่รู้ ว่าพร คือความดี
วร-พร นั้นแปล ว่า"ดี"
ดีจริง ก็มี
พรจริง อยู่แล้ว ในตัว
มัวขอ, ไม่ทำ, น่าหัว
ขอดี ให้ตัว 
ที่ไม่ รู้จัก ทำดี
ทำดี พรมี ทันที
ไม่ขอ ก็มี 
พรที่ แท้อยู่ ในตน

ความดี ที่ใคร ขวายขวน 
นั่นคือ พรล้น
ไหลอาบ อยู่ที่ กายใจ,
ดังนั้น ใครหวัง พรชัย 
รีบทำ ดี,ให้
เป็นชัย เป็นพร ก่อนอื่น,
เป็นพร จริงจัง ยั่งยืน
พรที่ ใครยื่น 
ยกให้ นั้นไม่ จีรัง,
พรดี มีพลัง ฉมัง
กุศล หนุนหลัง
ใครทำ ใครมี ดีจริง.
                                                         สิริวยาส (พุทธทาสภิกขุ)
พรจริง-พรลม
ทำดี ดีแล้ว เป็นพร
ไม่ต้อง อ้อนวอน
ขอพร กะใคร ให้กวน
พรที่ ให้กัน ผันผวน
เป็นเหมือนลมหวน
อวลไป อวลมา อย่าหลง 
พรทำ ดีเอง มั่นคง
วันคืน ยืนยง
ซื่อตรง ต่อผู้ รู้ทำ
อยากเพียบ ด้วยพร เพียรบำ-
เพ็ญบุญกุศลนำ
ให้ถูก ให้พอ ต่อตน
ทุกคน เกิดมา เป็นคน 
ชั่วดี มีจน
เป็นผล แห่งกรรม ทำเอง
ถือธรรม เชื่อกรรม ยำเยง
บาปชั่วกลัวเกรง
ทำแต่ กรรมดี ทวีพร ฯ
                                                        สิริวยาส (พุทธทาสภิกขุ)
เราดี ดีกว่า ดวงดี.
* เราดี ดีกว่า ดวงดี เพราะดี นั้น,มี ที่เรา ดีกว่า ที่ดวง
ทำดี นั่นแหละ เราหน่วง เอาดีทั้งปวง มาทำให้ดวง มันดี,
* ดวงชั่ว ไม่ได้ เลยนี่ ถ้าเรา ขยันมี ความดี(กุศลกรรม) ทำไว้ เป็นคุณ
อยู่ดี ตายดี เพราะบุญ ทำไว้ เจือจุน ตลอดชีวิต ติดมา,
* ดวงดี มีอยู่ อัตรา ก็เพราะ เหตุว่า เราทำ ดีเป็น ; เห็นไหม
เหตุนั้น เราท่าน ใดใคร ทำดี เสมอไป ดวงดี ก็มี สมบูรณ์ ฯ
   เราดี ดีกว่า ดวงดี ฮ้า ฮา              
                                                      สิริวยาส (พุทธทาสภิกขุ)
กรรมดี ดีกว่า มงคล.
กรรมดี ดีกว่า มงคล : 
สืบสร้างกุศล
ดีกว่า นั่งเคล้า ของขลัง
พระเครื่อง ตะกรุด อุทกัง
 ปลุกเสกแสนฉมัง
คาดมั่งแขวนมั่งรังรุง
ขี้ขลาด หวาดกลั หัวยุ่ง 
เป็นเรื่อง อุทลุม 
นอนตายกก่ายเครื่องรางกอง
ธรรมะ ต่างหาก เป็นของ
เป็นเครื่องคุ้มครอง
เพราะว่าเป็นพระองค์จริง
มีธรรม ฤามี, ใครยิง; 
ไร้ธรรม ผีสิง
ไม่ยิง ก็ตาย เกินตาย
เหตุนั้น เราท่าน หญิงชาย
เร่งขวน เร่งขวายล
กุศลกรรมมาแทนมงคล
กระทั่ง บรรลุ มรรคผล 
หมดตัวหมดตน
ก็พ้น เกิดแก่ เจ็บตาย
บริสุทธิ์ ผุดผ่อง ใจกาย
อุปัททวะทั้งหลาย
ไม่พ้องไม่พานสถานใด
เหนือโลก เหนือกรรม อำไพ
กิเลาสาสวะไหน
ไม่อาจ ย่ำยี บีฑา ฯ                                         สิริวยาส (พุทธทาสภิกขุ)

ดี-เด่น-ดัง
เขาอยากดี เท่าไร ให้เขาเถิด
ไม่ต้องเกิด แข่งดี มีแต่เสีย
ฤษยากัน ทุรกรรม ทำให้เพลีย
ทั้งลูกเมีย พลอยลำบาก มันมากความ ฯ
เขาอยากเด่น เท่าไร ให้เขาเถิด
จะไม่เกิด กรรมกลี ที่ซ่ำสาม
มุทิตา สาธุกรรม ทำให้งาม
สมานความ รักใคร เป็นไม่ตรี ฯ
เขาอยากดัง เท่าไร ให้เขาเถิด 
ช่วยชูเชิด ให้ประจักษ์ ด้วยศักดิ์ศรี
ให้ดังก้อง ท้องฟ้า อย่างอสุนี
ต่างฝ่ายมี ผลงาม ตามเรื่องตน ฯ
อันความดี -เด่น-ดัง ถ้าฝังใจ
ยึดมั่นไว้ ย่อมจะต้อง ได้หมองหม่น
เหมือนแบกของ หนักไว้ ในใจตน
หยุดหลงกล ดี-เด่น-ดัง นั่งสบาย ฯ                        สิริวยาส (พุทธทาสภิกขุ)

เขาจะดีกว่าเรา (ให้เขาเถิด.)
เขาจะดี กว่าเรา ช่วยเขาเถิด
มันจะเกิด ผลดี กว่าที่หวง-
ไว้ดีเด่น แต่เรา เฝ้าประท้วง,
โลกยิ่งกลวง จากความดี, คืออะไร? ฯ
รีบช่วยให้ แต่ละคน ดีกว่าเรา
โลกจะเพระา เพริศพริ้ง และยิ่งใหญ่ :
ตาดด้วยธรรม, อุปัททวะ ก็ละไกล ;
ริษยาใคร เท่ากับขุด โลกทุรดลง ฯ
จงเมตตา มุทิตา อารีเถิด
จะไม่เกิด กิเลสผา เราเป็นผล
เห็นแก่โลก ยิ่งกว่าตน, นั่นคนตรง; 
คนคด หลง- ดีแต่ตัว มัวข่มคน ฯ
                                                                               สิริวยาส (พุทธทาสภิกขุ)
ผู้มิได้ ทำอะไร.
* ทั้งวัน ฉันมิได้ ทำอะไร
แต่สุข สนุกใจ
เกินเปรียบ เกิดกล่าว เล่ากัน!
ความสุข พิเศษ เช่นนั้น
ไม่ต้อง รำพัน ;
พูดกัน แต่จะทำ ฉันใด-
* จึงจะเป็น "ผู้ไม่ ทำอะไร"
ทั้งวัน, อยู่ได้
ทั้งสุข ทั้งสนุก เหลือประมาณ.
เงื่อนงำ คือทำ จิตง่าน 
อยู่แต่ ในงาน
ที่ทำ, จนกระทั่ง ลืมไป-
* ว่ามี "ฉัน" ผู้ ทำอะไร; 
จิตไม่ มีใจ
หลงไป ว่า"กู" ทำงาน :
สมาธิ ดิ่งเดี่ยว ที่การ-
กระทำ ชำนาญ ;
ไม่ตู่ กูทำ เพื่อกู ฯ 
                                                                     สิริวยาส (พุทธทาสภิกขุ)
ดี คู่ กับ ชั่ว.
ดี, ดี เพราะชั่วตั้ง
คู่เทียบ อยู่นา
ชั่วห่อนมี ดีเงียบ
: ค่าไร้
มีชั่ว เฉกคู่เปรียบ, 
ดีเด่น เสมอแล
เลิกชั่ว-ดี เสียได้
หมดสิ้นสงสา
โลกนี้ ดีมีค่า
เพราะมีชั่ว เป็นเครื่องเทียบ
ชั่วมี เพราะดีเปรียบ
ด้านค่าอยู่ คู่กันไป
ถ้าชั่ว เกิดไม่มี
แล้วส่วนดี มีค่ากะใคร
ทั้งคู่ ดูเถอะ, ไม่ไหว
พ้นชั่ว-ดี มีนิพพาน ฯ  
                                                                 สิริวยาส (พุทธทาสภิกขุ)
เลิกกำไร - ไม่ขาดทุน.
ชอบกำไร ไม่ชอบข้าง 
ขาดทุน
เอาเปรียบ : ไม่ดูดุลย์
เพื่อนบ้าง ;
ขาดทุน นั่น คือบุญ
เพราะเพื่อน กำไร แล
ดีเลิศคือ เมลิกล้าง
กำไรทั้งขาดทุน ฯ
ใครๆ ก็ชอบกำไร
ชังสุดใจ เรื่องขาดทุน 
คิดใหม่ ให้สมดุลย์
กำไรทุกคน ได้อย่างไร?
ต้องมี ฝ่ายขาดทุน
เหมือนทำบุญ ให้เพื่อนไป,
ถ้าเห็น ว่ากวนใจ
เลิกกำไร เลิกขาดทุนฯ
                                                             สิริวยาส (พุทธทาสภิกขุ)
อัตฺตา หิ อตฺตโน นตฺถิ (ตัวกู ของกู ไม่ มี แน่.)
อัน "ตัวกู" ดูให้ดี ไม่มีแน่
ถูกต้องแท้ ตามพระพุท- ธ บรรหาร
"อตฺตา หิ อตฺตโน นตฺถิ" ประทาน-
เป็นหลักฐาน ไว้ให้เรา เอามาตรอง :
ว่า "ตัวตน" ของตน มิได้มี
บุตรภรรยา ทาสี (สินทั้งผอง) ทรัพย์สินผอง
เป็นของตน ได้แค่ไหน ไม่ยิมมอง
ให้ถูกต้อง ธรรมสัจจ์ ถนัดจริง.
ข้างคนเขลา เมาดี มีพาลพล
ยึดว่าตน ว่าของตน กลผีสิง
ว่ากูๆ ว่าของกู ดูเหมือนลิง
ได้เที่ยววิ่ง คว้าไขว่ ยึดไม่วาง ฯ
                                                                สิริวยาส (พุทธทาสภิกขุ)
สำคัญ ที่ วิธี.
ผิดวิธี! ดีก็หาย กลายเป็นบ้า
สมน้ำหน้า ค้าดี จนดีหาย :
เรื่องดีๆ คนโง่จับ ก็กลับกลาย
เป็นเรื่องร้าย อยู่ถมไป ไยมิดู ฯ
ถูกวิธี ! บ้าก็หาย กลายเป็นดี
กลายจากผี เป็นมนุษย์ สุดสวยหรู
เรื่องร้ายๆ คนดีจับ กลับเหลี่ยมคู-
เป็นเรื่องดี ก็มีอยู่, ดูให้ดี ฯ
หาวิธี! อย่าท้อใจ, ที่ไม่อาจ
เพราะความโง่ ความขลาด นำวิถี ;
ถ้าสะสาง อย่างสูงสุด พุทธวิธี
พลิกโลกีย์ เป็นโลกุตร์ ทุกข์หยุดเองฯ
                                                                               สิริวยาส (พุทธทาสภิกขุ)



วันอังคารที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2558

Using Montessori at home

     The return on your investment in Montessori will be enhanced if there is a consistency between your home and your child's classroom. This does not mean putting Montessori materials in your living room. It means taking the Montessori perspective. With this perspective your attitudes, your pace, your expectations and the limits you establish for your child will be in keeping with the principles that came from her lifelong observation of the nature of children. To gain this perspective you can attend parent information sessions at your child's school, and read related books and articles such as Montessori Insights for Parents of Young Children by Aline D. Wolf.
What Happens After Montessori?
   Many parents ask how their child can make a successful transfer from Montessori to a traditional school. This is a very common parental concern whether the child transfers at age six, age nine or age twelve.
     To facilitate the transfer, good communications between the Montessori school to the traditional schools in a community must be maintained. Montessori parents and teachers can visit the traditional school and prepare the child for whether will be different. Teachers from traditional schools can be encouraged to visit the Montessori classes to observe the level of academic work.
    Any good teacher will meet a child at that child at that child's own level of development and make t necessary allowances for what has already been achieved. It is important for parents to monitor their child's work in the new academic situation and to keep in close contact with their child's teachers. Parents and teachers working together can insure that the child will continue the love of learning acquired in Montessori.
    The habits and skills that a child develops in a Montessori class are good for a lifetime. They will help him to work more efficiently, to observe more carefully and to concentrate more effectively, no matter where he goes. If he is in a stimulating environment, whether at home or at school, his self-education-which is the only real education-will continue.

The Elementary Program

    As Montessori pre-school programs have proliferated, there has been a great demand for Montessori elementary classes for both six to nine-year-old and nine to twelve-year-old. In these classes, children who have completed the Montessori program for three to six-year-old can continue learning individually or in small groups at their own pace. Long blocks of time encourage extended spans of concentration, uninterrupted by bells indicating a sudden change of subject.
     Compared to the period preceding it, and tat which follows it, Montessori believed that the second stage of development, ages six through twelve, is one of great stability. Growth without major change marks this period as the children exhibit fairly constant styles of learning and relatively even emotional behavior. During these more serene years, students are capable of accomplishing a great deal of mental work. As E.M. Standing writes, in Maria Montessori, Her Life and Work, "It is their 'years of plenty;' and if given the right opportunity and the right means, they will lay up a great store of cultural information."
     The integrated curriculum of the Montessori elementary classes encourages children to see the critical relationship among all subjects and, indeed, among all aspects of life. The elementary teachers follow Dr. Montessori's plan for Cosmic Education-presenting the universe first and then reading subsequent learning to its place in the cosmos. For example, the history of the earth, beginning billions of year ago, is made vivid to the students when they work with a magnificent timeline on which the era of human beings is only a tiny segment at the end.
    The elementary curriculum more than covers the mathematics, language, science, history and geography taught in traditional schools. Drill in these basic subjects is replaced by a variety of creative activities, thus avoiding boredom that often leads children to withdrawal of interest or rebellion.
    No two elementary classes are alike. Each reflects the interests and strengths of teachers and students. In all these classrooms, however, you will find children working comfortably at tables or on the floor in a relaxed but mature manner. At any one time, you will see a variety of educational activities in process because each child will be working at his or her own level of interest and ability.
     In their individualized work the children learn to set goals, to manage time, to organize projects and to use a variety of resources. In addition to using the advanced Montessori materials for math, grammar and science they read and discuss children's classics, and express themselves in art, music, drama and poetry. Creative writing is a daily activity. A foreign language, physical education and field trips are also included.
    Montessori elementary programs give youngsters basic learning skills, confidence, self-esteem, and appreciation of other cultures and peaceful techniques for conflict resolution-qualities that will serve them well in any future learning situations.

The Toddler Program

     Many Montessori schools have initiated toddler classes for children 18 months to three years. The toddler classroom is simpler and slower paced than the classroom for three-to six-year-old. Tables and chairs are smaller and the teacher-child ratio is lower.
     However this program is neither a watered down version of the three to six program nor is it academic preparation for subsequent years of Montessori education. The toddler program offers very young children a unique year of self-development in a tender atmosphere of special understanding respect and support.
    Of fundamental importance is the gradual separation of each child from his or her primary caretaker, usually the mother. The Montessori toddler program protects this fragile stage of development by creating a very gentle and slow parting of each adult-child couple. As the toddlers gradually become comfortable in their new environment they learn to trust the teachers and the other children around them.
     Simple sensorial activities in the classroom respond to the toddlers'urge to use all their senses-indeed their whole bodies- to explore everything around them.
     The toddler program also appropriately accommodates the very young child's sensitive period for language by offering creative and intriguing concepts to expand their growing vocabularies. Joining conversations, listening to stories, classifying objects and learning songs and poems all nurture their budding language skills. To help smooth their initial social interactions, the toddlers also learn to use words for the feelings they experience in themselves and others.
     Many of the activities in the toddler program highlight the self-help skills that lead to independence. Children are gently urged to hang up their own coats and aprons and to problem-solve rather than sat,"I can'." Since this is and age of very strong imitation, the teachers constantly model appropriate social skills, good manners and consideration of others.
    Through song, dance and freedom of choice, the toddlers have access to a variety of large muscle activities that offer them opportunities to jump, climb, balance, crawl or skip. These exercises as well as creative art activities are offered for each child to choose. This freedom in a safe space is crucial to the toddler program. However, it is always tempered by two important limits that will be beneficial for a lifetime-respect for others and respect for the environment.

Group Activities and Art

WALKING ON THE LINE
     One of the group activities in a Montessori class is walking slowly around a circular or elliptical line taped on the floor. This exercise helps the children to develop balance and control as they carefully put one foot in front of the other, heel to toe. There are many ways of increasing the difficulty of the activity and challenging the children to perfect the control of their motions while walking. The children carry flags; they balance baskets on their heads; they carry glasses of water without spilling them; they carry little bells without ringing them as they walk. The activity helps them to develop coordination and grace.
THE SILENCE GAME
     Another group activity in the Montessori classroom is the Silence Game. Dr. Montessori devised this exercise to help the youngsters develop self-control. The teacher begins the game by hanging up a card with the word "Silence"on it. As each child notices the card, he tries to be as quiet as possible. The children not only refrain from speaking but they also close their eyes and try to remain motionless so that there is no noise at all in the classroom. After the children have been quiet for some minutes, the teacher often whispers the names of the students one by one. As each child hears his name he tiptoes very quickly to the teacher's side. This exercise helps the children to listen attentively and to move noiselessly in the classroom. Their stillness during the Silence Game makes the children aware of sounds that they do not ordinarily hear in the environment. For a few minutes of the day they become intensely concious of the quality of silence.
WHAT ELSE IS IN A MONTESSORI CLASSROOM?
     The materials described in this booklet are the basic ones used in Montessori classrooms for children ages 3 through 6. Some of the parallel exercises that reinforce these learning activities are not described here because of space limitations. The use of all these materials naturally depends on whether or not they are available in each individual school.
     Although equipment is similar, no two Montessori classrooms are exactly alike. Each reflects the individual characteristics of the teacher and children. Some teachers use only the materials that have been developed by Dr. Montessori. Others develop new materials themselves or adapt other educational equipment to the Montessori classroom. If this new equipment implements the Montessori principles of learning, it can enrich the classroom environment, but it should never supercede the Montessori materials.
     Individual work with the Montessori materials is nearly always supplemented with other activities. Group singing, music appreciation, creative art, crafts, a second language, poetry and games can all be coordinated with the Montessori program according to the interests and talents of the teacher.
USING ART CARDS
     An example of material added to many Montessori classes is Art Cards. These enable a child to become familiar with the details of beautiful art while refining her visual discrimination. Eliminating the "Don't touch"admonition that usually accompanies a child's first experience with fine art, this cultural activity invites a child to hold postcard-size reproductions of beautiful paintings in her hands and to work with them. She can match identical paintings; pair two non-identical paintings by the same artist; and sort a group of paintings by forming rows of four paintings by each artist.